คดีขอให้คำสั่งพักงาน 25 วันและคำสั่งย้ายงานเป็นโมฆะ
ลูกความเป็นบริษัทเดินรถโดยสารระหว่างเมือง พนักงานขับรถคนหนึ่งขับออกจากสถานีเข้าสู่ช่องทางเดินรถโดยไม่ระมัดระวังจนชนรถอีกคัน บริษัทจึงสั่งพักงาน 25 วันตามระเบียบวินัยของตน ต่อมาบริษัทลดจำนวนรถเก่าเพื่อรองรับสัปดาห์ทำงาน 52 ชั่วโมง และย้ายพนักงานคนนั้นจากสายประจำไปเป็นพนักงานขับแทน พนักงานจึงฟ้องขอให้ทั้งคำสั่งพักงานและคำสั่งย้ายเป็นโมฆะ
บริษัทเดินรถฝ่ายนายจ้างคำสั่งพักงานคำสั่งย้ายงานคดีขอให้เป็นโมฆะ
ชนะคดีทั้งหมด (전부승소)ปกครองและแรงงาน
การลงโทษทางวินัยและคำสั่งด้านบุคลากร
มาตรา 23 วรรค 1 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน (Labor Standards Act) บัญญัติว่า 'นายจ้างต้องไม่เลิกจ้าง พักงาน ลงโทษทางวินัย ย้าย ลดค่าจ้าง หรือใช้มาตรการลงโทษอื่นใดแก่ลูกจ้างโดยไม่มีเหตุอันสมควร (ต่อไปนี้เรียกว่า 'การเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ฯลฯ')' การกระทำที่เสียเปรียบดังกล่าวโดยทั่วไปเรียกว่าการลงโทษทางวินัย
การลงโทษทางวินัยจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีเหตุอันสมควรและเป็นไปตามขั้นตอนที่ชอบด้วยกฎหมายตามที่กำหนดในข้อบังคับการจ้างงาน เป็นต้น
ในทางตรงกันข้าม คำสั่งด้านบุคลากรหมายถึงการย้ายตำแหน่งหรือการโอนย้ายที่มิได้กำหนดเป็นการลงโทษทางวินัยในข้อบังคับการจ้างงาน เป็นต้น โดยหลักการแล้วนายจ้างมีดุลยพินิจอย่างกว้างขวาง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนายจ้างมักใช้รูปแบบของคำสั่งด้านบุคลากรเพื่อลงโทษโดยพฤตินัย คำพิพากษาจึงกำหนดว่าคำสั่งด้านบุคลากรจะถือเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบหรือไม่ โดยต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความเสียหายต่อความเป็นอยู่ของลูกจ้างกับความจำเป็นของคำสั่งด้านบุคลากร
ข้อเท็จจริง
จำเลย (ลูกความ) เป็นบริษัทเดินรถบัสระหว่างเมือง และโจทก์เป็นพนักงานขับรถที่ขับรถในเส้นทางประจำของจำเลย
ในเดือนพฤศจิกายน 2018 ขณะขับรถ โจทก์ออกจากสถานีขนส่งระหว่างเมืองและกำลังจะเข้าเลนที่ 1 แต่ละเมิดหน้าที่ในการใช้ความระมัดระวัง ชนรถคันที่กำลังแล่นอยู่ในเลนที่ 1 ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย
ในเดือนมีนาคม 2019 จำเลยจัดประชุมคณะกรรมการพิจารณาโทษและลงโทษพักงานโจทก์ 25 วันตามข้อบังคับการลงโทษที่กำหนดตามจำนวนความเสียหาย
ขณะเดียวกัน ในเดือนมิถุนายน 2019 จำเลยลดจำนวนรถเก่าเพื่อให้สอดคล้องกับระบบการทำงานสัปดาห์ละ 52 ชั่วโมง รถของโจทก์ถูกรวมอยู่ในการลดจำนวนนี้ด้วย ส่งผลให้โจทก์ถูกย้ายจากตำแหน่งพนักงานขับรถประจำเส้นทาง (ขับรถเฉพาะคันที่มีเส้นทางและเวลาแน่นอน) ไปเป็นตำแหน่งพนักงานขับรถสำรอง (ขับรถแทนเส้นทางที่พนักงานประจำลาพักร้อน เป็นต้น)
โจทก์โต้แย้งว่า การลงโทษพักงาน 25 วันมีความบกพร่องเนื่องจากไม่ได้มีการชี้แจงจำนวนความเสียหายอย่างถูกต้อง และคำสั่งด้านบุคลากรถือเป็นการลงโทษทางวินัยโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นโมฆะ และได้ยื่นฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวต่อจำเลย
ความช่วยเหลือของทนายความจู ยองแจ
ทนายความจู ยองแจ โต้แย้งข้อกล่าวหาของโจทก์ดังนี้
(1) สำหรับการพักงาน 25 วัน ได้มีการชี้แจงจำนวนความเสียหายอย่างถูกต้อง และขั้นตอนการลงโทษไม่มีข้อบกพร่อง และ
(2) สำหรับการย้ายไปตำแหน่งพนักงานขับรถสำรอง ไม่ถือเป็นการลงโทษทางวินัย และแม้โจทก์จะได้รับความเสียหายต่อความเป็นอยู่บ้าง ความจำเป็นทางธุรกิจในการย้ายมีมากกว่ามาก จึงเป็นการใช้ดุลยพินิจภายในขอบเขต
คำพิพากษาของศาล
ศาลยอมรับข้อโต้แย้งของทนายความจู ยองแจ โดยวินิจฉัยว่าการพักงานและการย้ายตำแหน่งเป็นการใช้อำนาจลงโทษทางวินัยและอำนาจด้านบุคลากรที่ชอบด้วยกฎหมาย และยกฟ้องโจทก์ทั้งหมด
คำพิพากษานี้ถึงที่สุดเมื่อโจทก์สละสิทธิอุทธรณ์
ก่อนอ่าน
ผลลัพธ์ที่ระบุไว้ที่นี่ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้นของแต่ละคดี แต่ละคดีมีรายละเอียดแตกต่างกัน ผลลัพธ์จากคดีหนึ่งจึงไม่สามารถใช้คาดการณ์หรือรับประกันผลของอีกคดีได้ หน้านี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาเพื่อตรวจสอบคดีของท่านเอง
หากมีสถานการณ์ใกล้เคียง โทรสอบถามได้
จะรับฟังสถานการณ์ปัจจุบัน และแจ้งสิ่งที่ต้องทำก่อน การปรึกษาสามารถใช้ภาษาเกาหลีและภาษาอังกฤษได้