ลักสร้อยข้อมือทองคำ 20 ดอนจากร้านทอง
ลูกความเข้าไปในร้านทอง ขอดูสร้อยข้อมือทองคำหนัก 20 ดอน ราคาราว 6 ล้านวอน แล้วบอกว่าจะไปถามพ่อแม่ก่อน ช่วงบ่ายวันเดียวกันกลับมาขอลองสวมสร้อย และวิ่งออกจากร้านทันทีที่สวมเข้าข้อมือ ตำรวจตามจากกล้องวงจรปิดจนจับกุมได้และยื่นขอออกหมายขัง ลูกความยอมรับการกระทำ แต่เคยมีประวัติความผิดลักษณะเดียวกัน จึงเสี่ยงต่อการถูกจำคุกจริง
ลักทรัพย์ร้านทองหมายขังตกลงกับผู้เสียหายเคยมีประวัติ
รอลงอาญา (집행유예)คดีอาญา

ภาพนี้ใช้เพื่อความเข้าใจเท่านั้น ไม่ใช่ภาพจากคดีจริง
ข้อเท็จจริง
จำเลย (ลูกความ) เข้าไปในร้านขายเครื่องประดับเมื่อประมาณเดือนมกราคม 2022 เพื่อหาสิ่งของที่จะขโมย และถามว่า 'ฉันอยากซื้อสร้อยข้อมือทองคำ มีสร้อย 20 ดอนไหม' เมื่อผู้เสียหายนำสร้อยข้อมือทองคำมูลค่าประมาณ 6,000,000 วอนเกาหลีมาแสดง จำเลยพูดว่า 'ขอกลับไปถามพ่อแม่ก่อนว่าจะให้ซื้อไหม' แล้วออกจากร้านไป
ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน จำเลยกลับมาที่ร้านอีกครั้งและบอกผู้เสียหายว่า 'พ่อแม่บอกว่าให้ซื้อได้ ฉันคิดว่าสร้อย 20 ดอนที่อยู่ในตู้โชว์คงพอดีกับข้อมือฉัน' และขอลองใส่ เมื่อผู้เสียหายสวมสร้อยให้จำเลย จำเลยก็วิ่งออกจากร้านไปทันทีและขโมยสร้อยไป
ต่อมา ตำรวจติดตามตัวจำเลยได้จากกล้องวงจรปิดและจับกุมตัว และยื่นคำร้องขอหมายขังก่อนพิพากษา ทนายความ Joo Youngjae ได้รับการแต่งตั้งเป็นทนายความแก้ต่าง
ความช่วยเหลือของทนายความ Joo Youngjae
แม้จำเลยจะรับสารภาพ แต่ทนายความ Joo Youngjae ได้ติดต่อผู้เสียหายเพื่อเจรจาชดใช้ค่าเสียหายเพื่อลดโทษ และโต้แย้งขอความเมตตาโดยระบุว่าจำเลยเติบโตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า มีวัยเด็กที่ยากลำบาก และก่อเหตุเพราะความเดือดร้อนทางการเงิน
คำพิพากษาของศาล
แม้จำเลยจะมีประวัติต้องโทษในคดีลักษณะเดียวกันมาก่อน แต่ศาลยอมรับข้อโต้แย้งของทนายความ Joo Youngjae และพิพากษาให้รอลงอาญาแก่จำเลย จำเลยได้รับการปล่อยตัวทันทีและได้รับอิสรภาพคืน


ก่อนอ่าน
ผลลัพธ์ที่ระบุไว้ที่นี่ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้นของแต่ละคดี แต่ละคดีมีรายละเอียดแตกต่างกัน ผลลัพธ์จากคดีหนึ่งจึงไม่สามารถใช้คาดการณ์หรือรับประกันผลของอีกคดีได้ หน้านี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาเพื่อตรวจสอบคดีของท่านเอง
หากมีสถานการณ์ใกล้เคียง โทรสอบถามได้
จะรับฟังสถานการณ์ปัจจุบัน และแจ้งสิ่งที่ต้องทำก่อน การปรึกษาสามารถใช้ภาษาเกาหลีและภาษาอังกฤษได้